จันทบุรี รวบ 19 ต่างชาติ ลอบเข้าไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ ชายแดนจันทบุรี พบชาวจีน-อินโดนีเซียอ้างหนีปราบสแกมเมอร์

จันทบุรี รวบ 19 ต่างชาติ ลอบเข้าไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ ชายแดนจันทบุรี พบชาวจีน-อินโดนีเซียอ้างหนีปราบสแกมเมอร์

 

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ทหาร กองบัญชาการ ป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด(กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ชค.ทพ.นย.2) สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจันทบุรี และตำรวจ สภ.บ้านแปลง จับกุมชาวต่างชาติรวม 19 คน หลังลักลอบเดินเท้าเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ น.อ.วีระเชษฐ์ ขยันทำ หัวหน้าชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ ชค.ทพ.นย.2 นำโดย ร.ท.วัชรพล อินใจ พร้อมกำลังจากกองร้อยหมวดทหารพรานนาวิกโยธินคลองตาดำ นำโดย ร.ต.กฤษดา พวงสวัสดิ์ วางกำลังซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณฐานปฏิบัติการที่ 1 หมู่ 5 ตำบลหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี

ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตรวจพบแรงงานชาวกัมพูชาจำนวน 14 คน แบกสัมภาระเดินลัดเลาะผ่านพื้นที่ธรรมชาติ จึงแสดงตัวเข้าจับกุมและควบคุมตัวไปยังที่ทำการหมวดคลองตาดำ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตรวจพบชาวต่างชาติอีก 5 คน เดินเท้าเข้ามาในลักษณะเดียวกัน ประกอบด้วยชาวจีน 4 คน และชาวอินโดนีเซีย 1 คน จึงควบคุมตัวทั้งหมด พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี และตำรวจ สภ.บ้านแปลง เข้าร่วมสอบสวน

จากการตรวจสอบ พบผู้ถูกจับกุมรวม 19 คน แบ่งเป็นชาวกัมพูชา 14 คน (ชาย 3 คน หญิง 7 คน และเด็ก 4 คน) ชาวจีน 4 คน และชาวอินโดนีเซีย 1 คน โดยบางรายใช้หนังสือเดินทางที่หมดอายุ บางรายไม่มีเอกสารเดินทาง และชาวจีน 1 คนไม่มีหนังสือเดินทางแสดงตน

จากการสอบสวน ชาวกัมพูชาให้การว่า ต้องการลักลอบเข้าประเทศไทยเพื่อเดินทางไปทำงานในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ระยอง ชัยนาท และสมุทรปราการ โดยเสียค่าใช้จ่ายให้ผู้นำพาคนละประมาณ 7,500–8,000 บาท ก่อนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้

ส่วนชาวจีนและชาวอินโดนีเซียทั้ง 5 คน ให้การว่า เดินทางมาจากเมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ซึ่งประกอบกิจการร้านอาหาร แต่ตัดสินใจเดินทางออกจากพื้นที่ภายหลังมีการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ในกัมพูชา โดยลักลอบข้ามชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติเพื่อเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางคนละ 4,800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 150,000 บาท

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกการจับกุมและบันทึกการควบคุมตัวตามมาตรา 22 และมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแปลง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ภาพ/ข่าว กิตติพงศ์ คงคาลัย

Related posts